นาฬิกาตาย - นาฬิกาตาย นิยาย นาฬิกาตาย : Dek-D.com - Writer

    นาฬิกาตาย

    เมื่อซื้อมันมา เขาก็ต้องพบกับเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถจะนำไปบอกใครได้อีก....

    ผู้เข้าชมรวม

    814

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    814

    ความคิดเห็น


    15

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  27 พ.ย. 48 / 19:17 น.


    ข้อมูลเบื้องต้น
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      สามทุ่มห้าสิบนาที บนถนนเปลี่ยวสายหนึ่งที่มืดมิดไร้แสงไฟทาง  สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และพุ่มหญ้าที่สูง  นายเทวากำลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างพร้อมกับในมือถือโทรศัพท์กำลังพูดคุยกับใครบางคนเหมือนร้องขอความช่วยเหลือแต่………. ใครล่ะจะช่วยได้
          
      สามวันก่อน………
           นายเทวาชายหนุ่มผู้หลงไหลศิลปะและของเก่า   ทุกๆวันอาทิตย์เขามักที่จะไปหาดูของเก่าหรืองานศิลปะตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ บ้างก็ไปดูภาพวาดที่หอศิลป์   และเขาก็มักจะไปที่ตลาดมือสองหาซื้อของเก่ามาเก็บสะสม    วันนี้เขาได้ไปเดินที่สวนจตุจักรเพื่อจะหาซื้อของที่เป็นงานแฮนด์เมด(ที่ทำจากมือ) เอามาตกแต่งบ้านแต่ก็เดินเกือบทั้งวันก็ไม่พบเจออะไรที่มันสะดุดตาเลยซักชิ้น   เขาจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้านในขณะที่กำลังจะเดินไปที่จอดรถเขาก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่าสงสารวางแผงขายของแบกะดิน(วางบนพื้น)เขาก็หยุดแล้วก็ก้มลงไปเลือกดูก็มีแต่นาฬิกาทั้งนั้น  แต่มีอยู่เรือนหนึ่งที่เรียกร้องสายตาเขาได้อย่างชนิดที่ว่าตัดสินใจซื้อทันทีที่เห็น  เป็นนาฬิกาข้อมือมีรูปทรงการออกแบบสวยงามรอบหน้าปัดของนาฬิกามีสลักอักษรบางอย่างอยู่รอบ ส่วนสายนาฬิกาก็เป็นสายหนังสีดำ   เขาจึงตัดสินใจซื้อในราคาแค่สองร้อยบาททันทีโดยไม่สนว่ามันจะยังใช้การได้หรือไม่เพราะเข็มมันไม่เดิน
             คืนนั้น ก่อนเข้านอนเทวาเอานาฬิกามาเช็ดตัวเรือนด้วยผ้าให้มันสะอาดแล้วก็มองดูมันอย่างละเอียดอีกที   ที่หน้าบัดบอกเวลามันไม่ได้มีแค่เข็มบอกเวลาเท่านั้นแต่มันยังมีหน้าปัดวงกลมเล็กที่มีตัวเลขหนึ่งถึงสามสิบเอ็ดอีกเพื่อเอาไว้บอกจำนวนวัน  ……..พรุ่งนี้เขากะว่าจะเอาไปอวดให้เพื่อนที่ทำงานดู
      ……………………………..
           เช้าวันต่อมา………
           บนชั้นสี่ของบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ซึ่งทำงานเกี่ยวการออกแบบดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และออกแบบผลิตภัณฑ์ชื่อดัง   เทวาเป็นคนหนึ่งในทีมดีไซเนอร์ประจำบริษัท   เช้าวันนี้เขาเอานาฬิกาเรือนที่ซื้อมาเมื่อวานมาอวดเพื่อนในที่ทำงานดูว่ามันสวยแค่ไหนแถมยังได้มาด้วยราคาแค่สองร้อยบาท  ทำเอาเพื่อนในที่ทำงานต่างอิจฉาเป็นการใหญ่เพราะว่ามันสวยจริงๆ    แล้วเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อกิตก็ทักขึ้น
      “เฮ้ย! เทวาแล้วไอ้ตัวอักษรบนหน้าปัดเนี่ยมันเป็นภาษาอะไรว่ะ”
      “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ” เทวาตอบ
      “เอาอย่างนี้มั้ยเดี๋ยวกูยืมนาฬิกามึงก่อน เพราะกูจะเอาไปให้น้องเจนฝ่ายต่างประเทศเขาดูให้ เผื่อจะรู้เพราะเธอจบจากนอกมาและรู้หลายภาษาด้วย  ที่สำคัญช่วงนี้กูกำลังจีบน้องเจนอยู่จะได้หาเรื่องเจอเค้าด้วย”   กิตพูดอย่างเจ้าเล่ห์    
      “เออ เอาเด่ะ กูก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นภาษาอะไร  ถ้าน้องเจนของมึงเค้ารู้ก็ให้เค้าแปลมาให้ด้วยก็แล้วกัน”  เทวาพูดตอบแล้วกิตก็หยิบนาฬิกาข้อมือเรือนนั้นจากเทวาแล้วเดินออกจากห้องไป
          
           ขณะที่กิตกำลังเดินไปที่ฝ่ายต่างประเทศซึ่งอยู่ชั้นห้าของบริษัท กิตก็เอานาฬิกาของเทวาที่อยู่ในมือมาดูก็เห็นปุ่มข้างๆที่เหมือนนาฬิกาทั่วไปที่เอาไว้ใช้ปรับเข็มเวลา   เขาจึงหมุนมันนิดนึงเข็มนาทีขยับออกมาจากเลขสิบสองที่เป็นอยู่เดิมไปแค่สามนาที แต่เข็มอื่นยังอยู่นิ่งไม่ว่าจะเป็นเข็มของชั่วโมงหรือเข็มจำนวนวัน   ระหว่างนั้นเขาก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาจึงแวะเข้าห้องน้ำตรงบันไดก่อน  เมื่อฉี่เสร็จกิตก็ล้างมือโดยวางนาฬิกานั้นไว้บนข้างๆอ่างล้างมือ  เขาเหลือบไปมองเห็นเข็มนาฬิกามันกำลังขยับ
      “มันก็ใช้ได้นี่หว่า” เขาคิดขึ้นในใจแต่เข็มที่ขยับมันดันขยับเดินย้อนกลับไปที่เลขสิบสองจนใกล้จะถึงอีกไม่ถึงห้าวินาที  กิตหันไปมองที่กระจกมองดูเงาตัวเองแล้ว
      .............
      ……….
        
           เที่ยงวันเข้าไปแล้วกิตก็ยังไม่กลับเข้ามาอีก  เทวาจึงสงสัยว่ากิตหายไปไหนลาก็ไม่ได้ลา  งานข้างนอกวันนี้ก็ไม่มี ส่วนเทวาเองก็ลืมเรื่องนาฬิกาไปแล้วห่วงแต่เรื่องกิตที่หายไปเพราะเจ้านายอยากจะดูคอนเซ็ปต์งานที่เขาต้องทำคู่กับกิต   เทวาจึงเดินออกไปตามหากะว่าจะเดินไปชั้นห้าเผื่อว่ากิตอาจจะติดใจน้องเจนจนลืมงานไม่กลับลงมา   แต่ด้วยความปวดฉี่เขาจึงแวะเข้าไปในห้องน้ำก่อน   แล้วก็พบว่านาฬิกาของเขาได้วางอยู่บนอ่างล้างหน้าของห้องน้ำ  เทวาจึงรู้สึกเคืองเป็นอยากมากที่กิตรับปากว่าจะเอาไปให้น้องเจนดูให้ว่าเป็นภาษาอะไรแต่กลับลืมนาฬิกาไว้ในห้องน้ำส่วนตัวเองคงจะไปนั่งจีบน้องเจนจนลืมงานลืมเวลา…….
           เทวาเดินขึ้นไปในออฟฟิศชั้นห้าฝ่ายต่างประเทศ ก็เข้าไปถามหาผู้หญิงชื่อเจนแล้วก็พบตัว  แต่เธอกลับตอบเขามาว่าวันนี้ยังไม่ได้เจอพี่กิตเลยแม้แต่ครั้งเดียว
      “อ้าว! แล้วไอ้กิตมันหายไปไหนเนี่ย”  เขาอุทานขึ้นในใจอย่างสงสัย  
           เมื่อกลับลงมาในชั้นสี่ก็เข้าพบเจ้านายพร้อมบอกว่ากิตได้หายไป  เขาจึงโดนด่ากลับมาที่ไม่ดูแลงานและคู่หู
      ……………………………..
           วันต่อมา…….
           เทวาไปทำงานที่บริษัทแต่เช้าเพื่อไปเคลียร์งานส่วนที่กิตนั้นละเลย   เพราะตลอดคืนที่ผ่านมาเขาไม่สามารถติดต่อกิตได้ โทรไปที่บ้านก็ไม่มีคนรับสาย  โทรเข้ามือถือก็ไม่มีคนรับสายหรือบางทีสัญญาณก็ขาดไปซะอย่างนั้นทั้งที่สัญญาณบนหน้าจอก็เต็มอยู่  
      เช้านี้เทวาจึงไปที่โต๊ะทำงานของกิตเพื่อที่จะเอางานมาสะสางให้ทัน แต่ทว่าเมื่อเปิดโต๊ะดูก็พบว่ากระเป๋าเงินของกิตนั้นยังอยู่ในโต๊ะและโทรศัพท์มือถือก็อยู่ด้วยแต่ปิดเสียงไว้    สร้างความแปลกใจต่อเขามากและคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆซะแล้ว  เมื่อเรื่องนี้ไปถึงเจ้านายของเขา  เรื่องก็ต้องถึงตำรวจทันทีว่ากิตได้หายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย  โดยที่คนสุดท้ายที่พบกิตคือเขาและเพื่อนๆในออฟฟิศตอนที่มุงดูนาฬิกา    เมื่อตำรวจไปตรวจสอบและไปสอบถามน้องเจนจากคำให้การของเทวาว่ากิตไปไหนบ้าง  ก็ไม่ได้พบเจออะไรที่เป็นหลักฐานแต่อย่างใด    
           บ่ายของวันนั้นเทวาถูกอนุญาติให้พักหนึ่งวันเพื่อให้การกับตำรวจแต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกลเพราะตำรวจเข้ามาสอบถึงในห้องประชุมของบริษัท     แล้วตอนประมาณห้าโมงเย็นเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อรับสายเขาก็รู้ว่าน้องเจนโทรมา
      “เจนรู้เบอร์พี่ได้ยังไง”
      “ก็เจนไปหาพี่ที่ชั้นสี่แต่ไม่พบจึงขอเบอร์มาจากเพื่อนๆพี่นะค่ะ”
      “พี่อยู่ห้องประชุม แล้วน้องเจนมีเรื่องอะไรกับพี่หรือเปล่าล่ะ”
      “คือว่า ที่พี่ให้การกับตำรวจว่าพี่กิตจะขึ้นมาหาเจนเพราะมีธุระด้วย เจนอยากรู้ว่าพี่กิตเค้ามีธุระอะไรกับเจนหรือค่ะ”
      “อ๋อ ก็ไม่มีอะไรหรอก เพียงแค่พี่ให้ไอ้กิตมันเอานาฬิกาไปให้น้องเจนดูว่าอักษรที่อยู่บนหน้าปัดนาฬิกานั้นมันเป็นภาษาอะไร”
      “คือถ้าพี่ไม่ว่าอะไรจะเอามาให้เจนดูให้ก็ได้นะค่ะเพราะตอนนี้ก็เลิกงานแล้ว”
      “ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นน้องเจนรอพี่ที่ออฟฟิศน่ะแหล่ะ เดี๋ยวพี่ขึ้นไปหา”
           เทวาขึ้นไปหาเจนเพื่อให้เธอตรวจดูว่าตัวอักษรบนหน้าปัดนั้นมันเป็นภาษาอะไร แล้วเธอก็เอากล้องดิจิตอลมาถ่ายหน้าปัดนาฬิกา ดาว์นโหลดรูปเข้าคอมพิวเตอร์แล้วขยายภาพให้เห็นชัด    แล้วเธอก็บอกว่าจะต้องใช้เวลาตรวจดูอีกทีก่อนแต่ที่รู้ๆว่ามันเป็นภาษาทางแอฟริกา  
      “จะรบกวนน้องเจนหรือเปล่าเนี่ย”
      “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจนเองก็ชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้วด้วย”
      “อย่างนั้นพี่ก็ขอบใจนะ”
          
           ทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตน เจนก็ได้นำเอาภาพตัวอักษรนั้นเซฟใส่ในแผ่นดิสก์ไว้เพื่อนำกลับไปตรวจดูที่บ้าน    
          
           วันสุดท้าย………
            เทวาไปทำงานตามปกติและทุกคนในบริษัทก็ต่างทำงานของตนไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงโต๊ะทำงานของกิตที่ปล่อยว่างห้ามแตะต้องเพราะจะเสียรูปคดีและหลักฐาน    จนถึงเวลาเลิกงาน…..
            ขณะที่เทวากำลังขับรถกลับบ้านโทรศัพท์จากเจ้านายก็ดังขึ้นเพื่อเรียกให้เขากลับไปที่บริษัทโดยด่วน  
             เมื่อไปถึงเขาก็รีบไปที่ห้องของศูนย์รักษาความปลอดภัยก็พบว่าทั้งเจ้านาย ร.ป.ภ.และตำรวจต่างก็อยู่กันเต็มไปหมด   และเขาก็ทันพอดีที่จะได้เห็น ภาพวงจรปิดที่ถูกบันทึกไว้ในวันที่กิตหายตัวไป      เวลาตอนเช้าของวันนั้นภาพจับไปที่ทางเดินเห็นกิตกำลังเดินเข้าไปที่ห้องน้ำโดยที่มีเพียงเทวาคนเดียวจะสังเกตเห็นว่ากิตถือนาฬิกาอยู่ในมือ  แล้วพอเข้าห้องน้ำเสร็จกิตก็ไม่ได้ออกมาจากห้องน้ำอีกเลย  จนพนักงานคนอื่นเข้าออกกันหลายคน แต่พอสอบถามก็ไม่มีใครซักคนเห็นเขาเลย
            เทวากลับมาบ้านด้วยความสงสัย จากเทปวงจรปิดที่ได้ดูทำไมถึงไม่มีใครซักคนเห็นหรือหยิบนาฬิกาที่วางอยู่บนอ่างซักคน   เขานอนอยู่บนเตียงด้วยความมึนงงกับเรื่องต่างๆที่พบเจอให้ขบคิด  หยิบนาฬิกาขึ้นมาดูพลิกไปมาแล้วก็สวมมันไว้ที่ข้อมือข้างซ้าย  จนเผลอหลับไป……..

      “เทวา! เทวา!   ทิ้งมันไป!!!!!”  
      เขาสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงของกิตตะโกนแต่คงเป็นความฝัน   เขาจึงลุกขึ้นไปมองนาฬิกาบ้านก็พบว่าขณะนี้มันเป็นเวลาสามทุ่มยี่สิบนาที   “นี่เราเผลอหลับไปนานเหรอเนี่ย” เขาคิดในใจแล้วก็ยกแขนซ้ายขึ้นมามองดูนาฬิกาอีกหนพร้อมทั้งเอานิ้วมือข้างขวามาหมุนปุ่มข้างๆเล่น  และสงสัยว่าทำไมทีแรกเขาถึงมองไม่เห็นปุ่มนี้  เขาหมุนเข็มนาทีไปที่เลขหก(ครึ่งชั่วโมง)  แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นเสียงของน้องเจนโทรมาบอกว่ามันเป็นภาษาของพวกพ่อมดแม่มดของแอฟริกาและตัวอักษรที่เขียนอยู่นั้นแปลว่า   “นาฬิกาตาย”  เขาจึงเอ่ยถามเธอไปอีกว่าไอ้ตัวอักษรที่อยู่ด้านล่างของนาฬิกาล่ะมันแปลว่าอะไร  เธอก็บอกว่าภาพด้านล่างที่ถ่ายเอาไว้พอเอามาเปิดที่บ้านแล้วมันเสียดูได้แค่สามคำคือ”วิธีแก้” แต่ส่วนอื่นดูไม่ได้   เทวาใจร้อนจึงอยากให้เธอช่วยแปลอักษรอีกชุดที่อยู่ด้านล่างของนาฬิกาให้เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาซะแล้ว   เธอจึงบอกที่อยู่ของบ้านเธอไปซึ่งก็ไม่ไกลมากนักใช้เวลาประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึง แต่บ้านเธอจะอยู่ในซอยเปลี่ยวซึ่งอยู่ลึกพอสมควรและก็ไม่ค่อยมีบ้านคนอยู่ด้วยถนนหนทางจึงมืดซักหน่อยแต่ถ้าขับรถไปก็ไม่มีปัญหา   เทวาจึงรีบขับรถออกจากบ้านไปทันทีตอนสามทุ่มยี่สิบห้านาที     กะว่าจะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาขับรถอย่างเร็วด้วยความร้อนใจ   เมื่อขับมายี่สิบห้านาทีก็ถึงปากซอยบ้านของน้องเจนเขาก็เลี้ยวเข้าไปพบว่าสองข้างทางนั้นมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากหน้ารถเท่านั้นที่ส่องสว่าง   ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้พุ่มหญ้าสูงใหญ่    แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อรถของเขาอยู่ดีๆก็กระตุกแล้วดับสนิท เขาจึงออกมาตรวจดูก็ไม่พบว่าเป็นอะไรยางรถเองก็ไม่ได้แบนแต่ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้   มันไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้วต้องมีอะไรผิดแปลกแน่ๆเลย เขาจึงตัดสินใจล็อกรถแล้วหยิบไฟฉายกับโทรศัพท์มือถือติดตัวมาพร้อมกับโทรหาน้องเจน แล้วก็เริ่มออกเดินอย่างเร่งฝีก้าวเพราะมองเห็นแสงไฟจากบ้านของเธออยู่รำไรไม่ไกลนัก
      “น้องเจนรถพี่เสียอยู่ในซอยบ้านน้องเจนเนี่ย รอพี่แป๊บนึงนะเพราะพี่กำลังเดินไปอยู่  พี่เห็นแสงไฟบ้านแล้ว”
      “เอาอย่างนี้ดีกว่าพี่ เดี๋ยวเจนขับรถเจนออกไปรับพี่ดีกว่าพี่รออยู่ที่รถเถอะ”
      “ก็ได้อย่างนั้นพี่รออยู่ที่รถนะ”
      “ค่ะ”
           เทวาวางสายจากเธอพร้อมกับหันหลังเดินไปที่รถแต่แล้ว ก็มีเสียงพูดดังขึ้นมา
      “เทวารีบวิ่งไปหาเธอเร็ว นายมีเวลาไม่มากแล้ว”    เสียงของกิตดังขึ้นเขาจึงหันรีหันขวางอย่างร้อนรนและกลัว    เขาจึงตัดสินใจวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อที่จะไปหาน้องเจนให้เร็วที่สุดในมือก็พยายามกดโทรศัพท์หาเธอแต่ก็ไม่ติด    ไฟฉายที่มีอยู่ในมือก็เกิดติดๆดับๆขึ้นมา   เขาวิ่งไปเรื่อยๆก็เริ่มเห็นแสงไฟจากหน้ารถของเจนส่องสว่างมาแต่ไกล แต่มีความรู้สึกบางอย่างให้เขามองไปที่นาฬิกาในข้อมือข้างซ้ายของเขาก็พบว่าเข็มนาทีมันเดินกลับมาถึงเลขสิบสองเหมือนเดิมแล้ว……..ครู่นั้นเองรถของน้องเจนก็วิ่งมาอย่างเร็วเขาก็ออกมายืนกลางถนนเพื่อจะให้เธอเห็นแต่…………..รถของเธอกลับวิ่งชนเขาไม่ใช่ซิ!  รถของเธอวิ่งผ่านร่างของเขาไปอย่างกับว่าเขาเป็นอากาศ ทันใดนั้นเทวาได้รู้ตัวเองทันทีว่าเขาได้มาอยู่ยังอีกโลกหนึ่งเช่นเดียวกับกิตเพื่อนของเขาที่หายไปเพราะเจ้านาฬิกาเรือนนั้น
      ………………………..
           รุ่งเช้าของวันต่อมาเจนต้องให้ปากคำกับตำรวจ  ถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับของเทวาทั้งที่เมื่อคืนยังคงติดต่อและจะมาหากันอยู่แต่ทว่ากับมีเพียงแต่รถของเทวาโดยที่เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย กลายเป็นคดีคนหายที่ลึกลับ
      ……………………….
            สองเดือนผ่านไปที่จังหวัดเชียงใหม่…..ในงานแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติได้มีการแสดงต่างๆและเปิดร้านขายของกันอย่างมากมาย   แต่ตรงข้างถนนหน้าทางเข้างานนั้นเองมีชาวต่างชาติคนหนึ่งกำลังก้มลงมองนาฬิกาที่หน้าปัดมีตัวอักษรบางอย่างสลักอยู่และมีสายหนังสีดำสะดุดตา เขาจึงตัดสินใจซื้อนาฬิกาเรือนนั้นจากเด็กผู้หญิงหน้าตาน่าสงสารที่นั่งขายอย่างทันที โดยไม่สนว่าจะเป็นนาฬิกาที่ใช้ได้หรือไม่
      “How much?”
      “Two hundreds…… “

      .........จบ..........
      ยังมีเรื่องสั้นให้อ่านอีกหลายเรื่อง เพียงแค่พิมพ์คำว่า  เชือกผูกลม  ลงในช่องค้นหานักเขียนเท่านั้น

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×